วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

IE9 รุ่นทดสอบสนับสนุน HTML5 มาแล้ว

สำหรับ IE9 Platfrom Preview รุ่นที่ 3 นี้น่าจะเป็นที่ตื่นเต้นของเหล่านักพัฒนาเว็บ เนื่องจากมันจะเป็นรุ่นที่สนับสนุนเทคโนโลยี HTML5 และคุณสมบัติในการเล่นภาพเคลื่อนไหว (animation) และวิดีโอ (video) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไมโครซอฟท์ยังกล่าวอีกด้วยว่า IE9 รุ่นทดสอบที่ออกมานี้จะมีการตอบสนองการทำงานที่เร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผู้ใช้จะต้องติดตั้ง IE9 รุ่นนี้เข้าไปก่อนจึงจะทดลองตัวอย่างใหม่ๆ ใน testdrive ได้

แม้ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์จะสามารถครองส่วนแบ่งตลาดบราวเซอร์ได้มากที่สุด แต่ทางบริษัทยังคงเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง Firefox ของ Mozilla และ Google Chrome อย่างต่อเนื่อง IE9 คือความหวังของไมโครซอฟท์ในการที่จะรักษาตำแหน่ง และขอคืนพื้นที่ใจของผู้ใช้บราวเซอร์กลับมา นอกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการเพิ่มเทคโนโลยีที่เป็นแนวโน้มเหล่านี้เข้าไปแล้ว IE9 ยังจะทำหน้าที่เป็นประตูสู่การใช้บริการ Cloud computing เทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้อีกด้วย คุณผู้อ่านที่สนใจอยากทดลอง IE9 เวอร์ชันนี้ ก่อนอื่นคอมพิวเตอร์ของคุณจะต้องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Vista หรือ Windows 7 เท่านั้น โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ http://ie.microsoft.com/testdrive/

ข้อมูลจาก: zdnet


ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่สตรีมไร้สาย HDTV ได้

รายงานข่าวล่าสุด อินเทลเดินเครื่องเต็มสูบสำหรับการผลักดัน WiDi เทคโนโลยีไร้สายสำหรับการเชื่อมต่อโน้ตบุ๊ก เพื่อสตรีมมิ่งวิดีโอไฮเดฟฯไปยัง HDTV โดยร่วมมือกับผู้ผลิตโน้ตบุ๊คเจ้าหลักๆ ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น ASUS, Dell, HP, Lenovo, Samsung, Sony และ Toshiba ซึ่งจะทำให้มีโน้ตบุ๊คทีมาพร้อมกับเทคโนโลยี WiDi มากถึง 25 รุ่นด้วยกัน โดยจะเป็นโน้ตบุ๊คที่ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i3 หรือ Core i5

สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีการประกาศเปิดตัวล่าสุด และมาพร้อมกับ Intel WiDi Technology ก็จะมี Inspiron R (เริ่มต้นที่ 449 เหรียญฯ) ของ Dell และ Samsung R580-11 (850 เหรียญฯ) ซึ่งปัจจุบันมีวางจำหน่ายที่ Best Buy ในส่วนของผู้ทีต้องการใช้คุณสมบัติ WiDi จะต้องซื้ออะแดปเตอร์ Netgear Push2TV ที่ใช้ต่อกับพอร์ต HDMI หรือสายคอมโพสิตบน HDTV ราคาของมันอยู่ที่ 100 เหรียญฯ (ประมาณ 3,300 บาท) หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ในอนาคต WiDi จะมาพร้อมกับ HDTV และโพรเจ็กเตอร์

นอกจากอินเทลจะผลักดันเทคโนโลยีนี้เข้าไปในโน้ตบุ๊คถึง 25 รุ่นแล้ว ทางบริษัทยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์ Intel Wireless Display 1.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานใหม่ๆ ที่ทำให้คุณใช้ WiDi ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เช่น Extended Display Mode ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้โน้ตบุ๊คสตรีมคอนเท็นต์ไปยัง HDTV เป็นจอที่สอง ในขณะที่ยังคงใช้โน้ตบุ๊คท่องเว็บได้ตามปกติ Remote Only Mode เป็นโหมดแชร์ภาพยนต์ทีต้องการชมบน HDTV ที่มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยโน้ตบุ๊กจะให้ความสำคัญกับการสตรีมคอนเท็นต์ไปยัง HDTV เป็นหลัก เพื่อไม่ให้มีการหน่วงของเวลาเกิดขึ้น Fast Cursor เป็นคุณสมบัติทีได้่รับการปรับปรุงให้เคอร์เซอร์ HDTV เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมไม่เกิดอาการหน่วงแบบที่เคย


ข้อมูลจาก: hardocp

ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

ข่าวสั้น : พีซี ถึงคราวอวสาน, ปี 52 เฟซบุ๊ครับเละ

ผลสำรวจจากบริษัทวิจัยสัญชาติอเมริกันเผยในอนาคตคอมพิวเตอร์ พีซีจะถึงคราวอวสาน ด้านเฟซบุ๊คมาแรง ปี52 มีรายได้รวม 800 ล้านเหรียญ

**อีก 2 ปีแท็บเล็ตแซงเน็ตบุ๊ก**

บริษัทวิจัยตลาดฟอร์เรสเตอร์ (Forrester Research) พยากรณ์ว่าคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสจะมียอดขายนำหน้าคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กตัวเล็กในตลาดสหรัฐฯช่วงปี 2012 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ผลสำรวจจากบริษัทวิจัย Sarah Rotman Epps ยังพบว่าความนิยมในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตจะทำให้ผู้บริโภคอเมริกันซื้อคอมพิวเตอร์พีซีมากขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยคอมพิวเตอร์ 23% ที่ผู้บริโภคอเมริกันซื้อไปช่วงปี 2015 เชื่อว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้แปลว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปตั้งโต๊ะถึงกาลอวสาน โดยบริษัทวิจัยทั้งสองมองว่าเดสก์ท็อบจะยังเป็นชนิดคอมพิวเตอร์พีซีที่ถูกใช้งานในวงกว้างต่อไปในปี 2015

**คาดปีก่อนเฟสบุ๊กกวาด 800 ล้านเหรียญ**

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่าเฟสบุ๊กนั้นมีผลประกอบการที่แข่งแกร่งกว่าที่หลายคนเข้าใจ เชื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของเฟสบุ๊กในการดึงความสนใจจากนักลงทุนหลังการนำเฟสบุ๊กเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว

แหล่งข่าวนิรนามระบุว่า ปี 2552 เฟสบุ๊กนั้นมีรายได้รวมกว่า 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐ มีกำไรสุทธิหลายสิบล้านเหรียญ สวนทางกับคำแถลงที่กรรมการบอร์ดเฟสบุ๊กเคยประกาศออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ว่าบริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวม 500 ล้านเหรียญ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเฟสบุ๊กกำลังวางหมากด้วยการประกาศผลประกอบการให้ต่ำในช่วงก่อนการประกาศขายหุ้น IPO ครั้งแรก ต่อจากนั้นจึงประกาศผลประกอบการสูงๆเพื่อเรียกความสนใจจากนักลงทุน ซึ่งจะทำให้มูลค่าหุ้นของเฟสบุ๊กพุ่งกระฉูดหยุดไม่อยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเห็นจากเฟสบุ๊กในขณะนี้

Company Related Link :
Facebook.com

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ยืนยัน iPhone 4 มีหน่วยความจำ 512MB

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] เนื่องจากการเปิดตัวครั้งล่าสุดของ iPhone 4 ทางแอปเปิ้ล (Apple) พยายามจะปกปิดข้อมูลทางด้านเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นใหม่ ทางบริษัทยังไม่เคยโฆษณา หรือแม้แต่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยความจำ (RAM) ที่อยู่ในเครื่อง ซึ่งผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะต้องการทราบเรื่องราวเหล่านี้บ้างเหมือนกัน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ iPhone 3G จะมาพร้อมกับหน่วยความจำ 128MB ในขณะที่ iPhone 3GS มีการเพิ่มหน่วยความจำขึ้นเป็นสองเท่าคือ 256MB ซึ่งเท่ากับไอแพด (iPad) ทีมีหน่วยความจำ 256MB เช่นเดียวกัน คำตอบง่ายๆ ที่ว่าทำไมแอปเปิ้ลไม่สนับสนุนให้ iOS4 ที่สามารถทำงานแบบมัลติทาสกิ้งบน iPhone 3G ก็คือ "หน่วยความจำ" ในเครื่องไม่พอนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้าการเปิดตัว iPhone 4 อ้างว่า จะมีการอัพเเกรดหน่วยความจำอีกครั้งในไอโฟนรุ่นใหม่นี้ โดยจะขยับ ขึ้นไปที่ 512MB หรือสองเท่าของ 3GS และ iPad ซึ่งขัดแย้งกับภาพการชำแหละ iPhone 4 ที่หลุดออกมาบนเน็ต นักวิเคราะห์ต้นแบบแสดงให้เห็นว่า ในเครื่องต้นแบบมีหน่วยความจำ 256MB แต่ตัวเลขหน่วยความจำ 512MB ของ iPhone 4 จะสอดคล้องกับรายงานของ Digitimes ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งยืนยันข้อมูลถูกต้องหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น หน้าจอที่บางลงแต่ความละเอียดสูง 960x640 พิกเซล ก่อนที่จะตบท้ายด้วยหน่วยความจำ 512MB ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า ในช่วงงาน WWDC ทางแอปเปิ้ลได้มีการยืนยันว่า หน่วยความจำใน iPhone 4 มี 512MB จริง

หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นมานั้น ก็เพื่อช่วยให้สมรรถนะการทำงานโดยรวม และระบบมัลติทาสกิ้งของ iPhone 4 ดีขึ้น ซึ่งมันเป็นตัวอธิบายได้อีกด้วยว่า ทำไม iMovie แอพฯที่แอปเปิ้ลเปิดตัวในงาน WWDC จะเล่นได้เฉพาะบน iPhone 4 เท่านั้น (3GS และ iPad หมดสิทธิ์) เพราะเป็นไปได้อย่างมากที่ว่า แอพฯดังกล่าวต้องการหน่วยความจำมากกว่าปกตินั่นเอง

ข้อมูล จาก: dailytech

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

"Toughbook" โน๊ตบุ๊กพันธุ์โหด บุกตลาดเมืองไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 มิถุนายน 2553 19:31 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
อัลติเมท โพสซิชันนิง ส่ง Panasonic Toughbook บุกตลาดเมืองไทย เน้นใช้งานอึด ทน โหด เจาะกลุ่มโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม เคาะราคาเริ่มต้นที่ 70,000 บาท มั่นใจขายได้แน่ ชูกิจกรรม Tough Mission 2010 ดึงผู้บริโภคเข้าสัมผัสคุณสมบัติที่แท้จริง

นายชูพงศ์ พงศ์ปฏิเมธ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อัลทิเมท โพซิชันนิง จำกัด กล่าวว่า โน๊ตบุ๊กตระกูล Toughbook ของพานาโซนิกนั้นมีมานานมากแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่เคยมีผู้นำเข้ามาจำหน่าย เนื่องจากสินค้ามีราคาค่อนข้างสูง และเน้นการใช้งานเฉพาะกลุ่ม การเปิดตลาดใหม่ในเมืองไทยในครั้งนี้ จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการโน๊ตบุ๊กที่มีความแข็งแรง ทนทานอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

จุดเด่นของ Toughbook อยู่ที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ป้องกันการตกกระแทก มีคีย์บอร์ดที่ป้องกันน้ำ ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถเลือกฟีเจอร์การใช้งานที่ตนต้องการใส่ลงไปใน คอมพิวเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้เองได้

"การทำตลาดของเราจะเน้นไปที่กลุ่มโรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มนี้ต้องการคอมพิวเตอร์เพื่อตอบสนองการใช้งานเฉพาะด้าน รวมถึงตัวเครื่องที่มีอายุการใช้งานยาวนาน"

Toughbook CF-30 เป็นโน้ตบุ๊กที่ผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของทหาร และตำรวจที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้ในทุกๆ สถานะการณ์ ขณะที่Toughbook CF-52 เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Semi - rugged ที่มีความคล่องตัวสูง มีระบบป้องกันการกระแทก และป้องกันข้อมูลในฮาร์ดดิสก์สูญหาย มาพร้อมหน้าจอแอลซีดีแบบกว้าง 15.4นิ้ว ทำงานด้วยระบบประมวลผล Intel Core 2 Duo รองรับการเชื่อมต่อไวไฟ และบลูทูธ

ในส่วนของการทำตลาด ซึ่งถือว่ามีความท้าทายสูงในตลาดคอมพิวเตอร์ที่มีราคาสูงขนาดนี้ ชูพงศ์กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักชื่อเสียงของ Toughbook มาก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องของราคาขายไม่ถือเป็นอุปสรรค

“เพราะเราเชื่อว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่พร้อมจะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงิน เพื่อแลกกับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเช่นนี้ การเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย เหมือนเป็นการเสิร์ฟสิ่งที่ขาดหายไปให้กับผู้บริโภค โดยเราจะเน้นการทำตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคเพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่า ขณะนี้ Toughbook มีขายในเมืองไทยแล้ว”

ในช่วงแรกของการทำตลาด บริษัทจะพยายามสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค โดยการดึงผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมกับสินค้ามากกว่าการเร่งทำยอดขาย เนื่องจากสินค้าของเรายังค่อนข้างใหม่ เมื่อเทียบกับสินค้าแบรนด์อื่น โดยในปี 53 นี้ ชูพงษ์ตั้งเป้าไว้ว่าจะขายให้ได้ 2,000 เครื่อง

สำหรับกิจกรรมแรกที่บริษัทประเดิมทำคือการจัด Tough Mission ซึ่งจะเป็นการสะท้อนคุณสมบัติ ที่แท้จริงของ Toughbook ผ่านผู้คนที่หลากหลาย โดยผู้แข่งขันแต่ละท่านจะได้สัมผัสกับ คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ผ่านภารกิจต่างๆ ที่บริษัทกำหนดไว้ โดยผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.toughbookth.com ได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายนศกนี้

Company Related Link :
Ultimate Positioning